การเตรียมตัวและการลงทุนในการเริ่มเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ

ก่อนที่จะมีการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อเกษตรกรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหอยเป๋าฮื้อให้ดี เนื่องจากการเลี้ยงต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสัตว์น้ำด้วยกัน และในขณะนี้ ทางโครงการได้เปิดเป็นกึ่งฟาร์มสาธิต สามารถให้ผู้ที่สนใจได้เข้าเยี่ยมชม ศึกษา และทำความเข้าใจตลอดจนปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ สิ่งนี้จะช่วยให้เป็นการเตรียมตัวที่ดี เนื่องจากระบบการเลี้ยงในแต่ละพื้นที่ยังคงมีความแตกต่างที่ต้องนำไปปรับให้เหมาะสม ให้ไม่สามารถจะบอกได้ว่าวิธีการเลี้ยงต้องทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด สถานที่ จำเป็นไหมที่ต้องติดทะเล?

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อตามทฤษฎีแล้วไม่จำเป็นต้องติดทะเล แต่ต้องสามารถให้ได้รับน้ำทะเลมาได้โดยง่ายและต้องมีแหล่งน้ำจืดที่สะดวก และสิ่งที่จำเป็นคือควรมองหาทางระบายน้ำเค็ม (น้ำเสีย) ลงสู่ทะเล ซึ่งในระบบจะพยายามไม่ทำให้น้ำเสียแต่ไม่สามารถที่จะรับประกันได้ ดังนั้นถ้าจะกล่าวว่าการเลี้ยงนั้นสามารถเลี้ยงที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเกษตรกรปล่อยน้ำทะเลลงในร่องน้ำหรือธารน้ำจืด ก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ฉะนั้นจึงเห็นว่าความเป็นจุดที่ติดต่อกับทะเลได้สะดวก แต่ไม่จำเป็นต้องติดทะเล และควรมีระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ที่ดีด้วย หลักสำคัญอีกประการคือ การดูแผนการใช้ที่ดินของราชการ ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้จากหน่วยงานของจังหวัด กรมประมง ประมงจังหวัดเป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าสามารถทำได้ที่ใด จะทำให้สามารถทราบว่าพื้นที่บริเวณที่ต้องการสามารถเลี้ยงได้หรือไม่ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับผลกระทบของการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในวิธีนี้จะไม่เหมือนการเลี้ยงสัตว์น้ำ อื่น ๆ เพราะการเลี้ยงระบบบนบกจะเป็นการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ จะมีการควบคุมสภาพสิ่งแวดล้อม ระบบน้ำไม่ถ่ายเทออกสู่ภายนอกเพราะจะใช้ระบบหมุนเวียนปรับเปลี่ยนอยู่ในที่นั้น ในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงน้อยกว่ามาก สำหรับหอยเป๋าฮื้อเมื่ออยู่ในทะเลจะมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมน้อยเพราะหอยจะต้องการความเค็มที่คงที่

ฉะนั้นเรื่องของความสะอาด คุณภาพของน้ำและอาหารที่ให้จึงเป็น 3 ประเด็นที่ต้องระวังให้มาก เกษตรกรจึงควรมีเครื่องวัดคุณภาพของน้ำเรียกกันทั่วไปว่า สาลิโมนิ ซึ่งมีขายทั่วไป ราคาเครื่องละหมื่นกว่าบาท เครื่องนี้จะใช้วัดความเค็มอย่างเดียวเนื่องจากความเค็มมีผลต่อการเลี้ยงหอยมากกล่าวคือถ้าหากความเค็มต่ำกว่า 25 บีบีที ก็จะเริ่มมีปัญหาในการเลี้ยงตามมาได้ การกรองน้ำเพื่อเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ กล่าวคือน้ำต้องสะอาด หากคุณภาพน้ำไม่ดีก็อาจทำให้หอยตายได้ ดังนั้นจึงต้องมีการกลั่นกรองน้ำอย่างดี โดยมีขั้นตอนดังนี้

- สูบน้ำมาจากทะเลมาไว้ในบ่อตกตะกอน บ่อควรมีขนาดประมาณ 20 ตันเป็นอย่างน้อย

-การกรองนั้นจะใช้พวกกรวดทรายขนาดต่าง ๆและต้องมีการฆ่าเชื้อในแสงอุลตร้าไวโอเลต แต่หากจะประหยัดการใช้แสงอุลตร้าไวโอเลต อาจจะเปลี่ยนเป็นใช้คลอลีนแล้วพักน้ำให้หมดฤทธิ์คลอรีนไว้ประมาณ 1 - 2 วัน หรือหากไม่ต้องการเสียเวลาพักน้ำอาจจะใช้ตัวกำจัดคลอรีนก็ได้

-สูบเอาผิวน้ำซึ่งผ่านการกรองแล้วไปไว้ในแทงค์สูงเพื่อจ่ายน้ำไปโรงเพาะฟัก แทงค์น้ำนี้ควรมีขนาดประมาณ 20 ตันและควรมี 2 ถัง

การลงทุนในการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ เนื่องจากขณะนี้ทางโครงการมีฟาร์มทดลองระบบการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อบนบกซึ่งอยู่ในระหว่างการประเมินค่าใช้จ่าย แต่ในลักษณะการคาดคะเนระยะเวลาการเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 12 เดือน จึงเริ่มได้ผลผลิตดังนั้นจึงต้องใช้สิ่งนี้เพื่อพิจารณา ต้นทุนในระยะเริ่มต้นที่ใช้เริ่มโครงการอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 600 บาท (รวมต้นทุนคงที่และเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ) ราคาขายที่น่าจะเป็นไปได้อยู่ที่ประมาณ 800 - 900 บาทต่อกิโลกรัม

ต้นทุนรวมคงที่นี้ได้รวมค่าบ่อหรือค่าเช่าบ่อรวมทั้งสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ ค่าไฟ เจ้าหน้าที่ อาหาร ลูกพันธุ์) ซึ่งอยู่ในระหว่างการทดลองจึงตั้งราคาประมาณ 600 บาท เป็นลักษณะของการประเมินขั้นสูงสุดก่อนเพื่อนำมาใช้เริ่มโครงการ ถ้าจะให้เกษตรกรเป็นผู้ประเมินราคาซึ่งเป็นการเริ่มโครงการตั้งแต่แรกคิดว่าเป็นการเสี่ยงเกินไป จากการที่ได้สอบถามเกษตรกรบางรายให้ความเห็นว่าช่วงระยะเวลา 12 เดือนแรก จะเป็นช่วงของการเริ่มต้นจึงต้องมีการประกอบอาชีพอื่นควบคู่กันไป

สำหรับราคาขายจัดได้ว่าเป็นราคาขายมีความเป็นไปได้ที่สุด แต่ถ้าผลผลิตออกมาจำนวนมากราคาสินค้าก็อาจจะมีการปรับลดลงได้บ้าง แต่ต้นทุนการผลิตก็ควรจะลดลง ข้อมูลเหล่านี้คาดว่าหากดำเนินการโครงการไปได้จนถึงขั้นที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดก็คงจะมีคำตอบที่ชัดเจนได้

<<หน้าที่แล้ว หน้าสารบัญ::หอยเป๋าฮื้อ หน้าถัดไป>>
© 2004 ThaiFeed.Net All rights reserved. Contact us Email - webmaster@thaifeed.net