การมองความเป็นไปได้ของตลาดและการสั่งนกกระจอกเทศเข้ามาเลี้ยง

การจะเริ่มต้นเลี้ยงนกกระจอกเทศจะต้องเตรียมตัวดังนี้

  • มีสถานที่ในการเพาะเลี้ยงพร้อมแล้วหรือยัง
  • มีตู้ฟักและตู้กกพร้อมหรือยัง (ในกรณีนำเข้ามาในรูปของไข่)
  • เตรียมคอกไว้หรือยัง
  • ใบอนุญาติในการเลี้ยงนกกระจอกเทศ

การขอใบอนุญาติในการเลี้ยงนกกระจอกเทศนั้น จะต้องขอใบอนุญาติกับหน่วยราชการ 2 หน่วยคือ กรมปศุสัตว์และกรมป่าไม้ ปัญหาในการขอใบอนุญาตินั้นเป็นปัญหาความล่าช้าเสียมากกว่า เพราะต้องทำเรื่องในการขออนุญาติถึง 2 หน่วยงาน การขออนุญาติทางกรมปศุสัตว์ใช้เวลาไม่นานนัก เพราะทางกรมปศุสัตว์นับนกกระจอกเทศเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

การดำเนินงานเพียวแต่มีใบกำกับภาษีของฟาร์มที่สั่งซื้อก็สามารถยื่นได้แล้วใช้เวลาในการดำเนินงาน 1 สัปดาห์ ส่วนการขอใบอนุญาติทางกรมป่าไม้ขั้นตอนจะยุ่งยากกว่าตรงที่ทางกรมป่าไม้นับนกกระจอกเทศเป็นสัตว์ป่า ถึงแม้ พ.ร.บ. ไม่มีชื่อนกกระจอกเทศ แต่มีบทแนบไว้ว่าเป็นสัตว์ป่า เอกสารที่ใช้ยื่นต่อทางกรมป่าไม้ บริษัทจึงต้องมีใบกำกับภาษีจากทางฟาร์มที่สั่งซื้อและใบรับรองของที่ทางเราสั่งซื้อว่าไม่ได้เป็นสัตว์คุ้มครอง ใช้เวลาเบ็ดเสร็จประมาณ 1 เดือน

ภาษีในการนำเข้าแต่ก่อนนั้นต้องเสียภาษีในการนำเข้า 40 % แต่ปัจจุบันไม่ต้องเสียภาษีในการนำเข้าแต่อย่างใด เพราะนกกระจอกเทศเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

วิธีเข้าดำเนินธุรกิจ(ลักษณะที่นำเข้ามาเลี้ยง)

วิธีการเข้าสู่ธุรกิจ

ข้อดี

ข้อเสีย

1. ซื้อไข่

-ต้นทุนต่ำ

-เลือกเพศไม่ได้

-สามปี จึงจะใช้การได้

-ต้องมีเครื่องกก

-ไม่รู้การเจริญเติบโต

2. ซื้อลูกนก อายุ 3 – 6 เดือน

-รู้เพศ

-ต้นทุนพอสมควร

-รู้การเจริญเติบโต

-อัตราการอยู่รอดมาก

-อัตราการตายสูง

-สองปีครึ่งจึงให้ผลผลิต

-ไม่รู้การสืบพันธุ์

3. ซื้อเมื่ออายุ 1 ปี

-รู้เพศที่แน่นอน

-รู้การเจริญเติบโตเต็มที่

-แข็งแรงภูมิคุ้มกันสูง

-หนึ่งหรือสองปี สามารถให้ผลผลิต

-ยังไม่รู้การสืบพันธุ์

-การลงทุนค่อนข้างสูง

4. ซื้อคู่ที่พร้อมผสมพันธุ์

(24 – 36 เดือน)

-คืนทุนเร็ว

-อัตราการรอดสูง

-ต้นทุนสูง

-ต้องมีเครื่องฟัก เครื่องกก

-มีความรู้เกี่ยวกับการจับนก

-นกก้าวร้าว สามารถทำร้ายผู้เลี้ยง ถ้าหากขาดความระมัดระวัง

การมองความเป็นไปได้ของตลาดนกกระจอกเทศในปัจจุบันและอนาคต

ถ้าในปัจจุบันคิดว่ายังไม่เหมาะกับเกษตรกรที่มีเงินทุนน้อยเพราะการเลี้ยงนกกระจอกเทศต้องใช้ต้นทุนสูงมากพอสมควร ซึ่งมีทั้งค่าพันธุ์นก ค่าโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง แต่ถ้าเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจมีเงินเหลือกินเหลือใช้ก็สามารถจะเริ่มต้นทำเก็บไว้ได้เพราะการเลี้ยงนกกระจอกเทศมันจะเห็นผลไม่ใช่ภายในปี 2 ปี แต่เราควรจะใช้เวลากับมันสัก 5 – 6 ปี เป็นอย่างต่ำจึงจะรู้ว่าธุรกิจนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะถ้ามันประสบความสำเร็จขึ้นมาในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าเราก็จะมีของให้ตลาดพอดีก็คิดว่าคงทำรายได้ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนี้ได้อย่างมากแน่แน จึงมองว่าธุรกิจการเลี้ยงนกกระจอกเทศเป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคนมากกว่า

ตารางการขยายตัวของนกกระจอกเทศ

นกอายุ 2 ปี

ปีที่ 3

ปีที่ 4

ปีที่ 5

ปีที่ 6

หมายเหตุ

1*80+1=81

1*80+1=81

ลูกนก 80

1 ปี

รวม 161

81*80=6,480

ลูกนก 80

1 ปี

มีนก 7,280

161*80+12,880

นกเล็ก 6,480

มีนก 19,360

7,280*80=582,400

นกเล็ก 12,880

รวมนก 595,280

ใช้เวลาพัฒนา

6 ปี จากนก 1 ตัว

ตารางข้างต้นนี้คิดอัตรานกหนึ่งตัวออกไข่ให้ฟักได้ปีละ 80 ตัว หรือแม้จะคิดอัตราเพียง 1 ต่อ 40 คือครึ่งหนึ่ง นก 1 ตัว จะขยายพันธุ์เป็น 297,640 ตัวหรือจะคิดอัตรา 1 ต่อ 20 ก็จะได้ 148,820 ตัว ก็ยังมหาศาลอยู่ดี

ตลาดความต้องการเนื้อนกนั้นตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการเยอะ ตลาดยุโรปก็ยังมีความต้องการเยอะเหมือนกัน ส่วนตลาดอเมริกาก็จะแบ่งเป็นพื้นที่ไป บางพื้นที่มีความต้องการสูงบางพื้นที่ก็มีความต้องการน้อย

ส่วนตลาดนกกระจอกเทศในเมืองไทย ปัจจุบันเริ่มมีการเชือดนกกระจอกเทศขายเนื้อ มีการนำไปปรุงอาหารตามร้านอาหารต่าง ๆ

การซื้อนกกระจอกเทศในประเทศ

ในอดีตจะมีจำหน่ายเป็นไข่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และลูกนกอายุ 3 เดือน ราคาขายจะอยู่ประมาณ 25,000 – 30,000 บาท การขายจะขายเป็นกลุ่ม ๆ ละ 3 ตัว คือ ตัวเมีย 2 ตัวผู้ 1 ส่วนราคาขายพ่อแม่พันธุ์ที่ผลิตในไทยบางแห่งเท่านั้นที่ราคาประมาณ 15,000 บาทต่อตัว (อายุ 3 เดือน) เกษตรกรที่สนใจอาจยังลังเลไม่กล้าตัดสินใจเพราะเป็นสัตว์ตัวใหม่ การตลาดยังไม่ชัดเจน ปัจจุบันราคาลดลงจนเกษตรกรทั่วไปสามารถซื้อได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำฟาร์มนกกระจอกเทศ และฟาร์มนกกระจอกเทศในประเทศไทย


ข้อมูลการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ::กรมปศุสัตว์::http://www.dld.go.th/service/ostrich/frist_os.html

ข้อมูลการเลี้ยงนกกระจอกเทศ ::มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์::http://web.ku.ac.th/agri/ostrich/
บริษัท พาซาน่า ออสทริข จำกัด จำหน่ายนกกระจอกเทศ และ ลูกนกกระจอกเทศที่ได้มาตรฐาน สนใจติดต่อ คุณ แตง 02-954-3120-6 ต่อ 158 http://www.ladda.com/ostrich
โอเอซิสฟาร์มนกกระจอกเทศ::http://www.oasisfarm.net
พิชัยฟาร์มนกกระจอกเทศ::http://www.thai.net/ostrich1/1.html

>>เพิ่มรายชื่อฟาร์มนกกระจอกเทศของท่านคลิ๊กที่นี่
<<หน้าที่แล้ว หน้าสารบัญ::นกกระจอกเทศ
© 2004 ThaiFeed.Net All rights reserved. Contact us Email - webmaster@thaifeed.net