ประวัติของการเลี้ยงสุกร

swine1-1           เริ่มในยุค Neolithesage สุกรที่พบมีต้นกำเนิดมาจากสุกรป่ายุโรป มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus scrofa และสุกรที่พบในแถบเอเซียอินเดีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus Vittatus ชาติแรกที่ในมาเลี้ยงคือจีน เลี้ยงแบบปศุสัตว์เกือบ 5,000 ปี ก่อน คศ. 800 ปีก่อน ค.ศ. มีบันทึกว่าอังกฤษนำมาเลี้ยง แพร่ไปเขตอเมริกาโดยโคลัมบัส เข้าไปในช่วง ค.ศ. 1539 (ปีที่พบดินแดนใหม่)ไปสู่รัฐฟอริดา โดยชาวสเปนนำสุกรไปแพร่หลาย ไทยเริ่มเลี้ยงโดยชาวจีนที่อยู่ในไทย โดยเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและอาชีพเสริม เป็นสุกรพันธุ์พื้นเมืองของชาวจีนและไทย เช่นพันธุ์ไหหลำ ที่นำมาจากต่างประเทศ คือ พ.ศ. 2461 พันธุ์ Large Black, Essex จากประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2482,2492 พันธุ์ Midle White,Berkshire และ Worth จากยุโรปและอเมริกา ฯลฯ การเริ่มต้นในการเลี้ยงสุกร


ข้อดี

  • กินอาหารข้นเป็นหลัก ผลิตเนื้อเพื่อเป็นอาหารและกินอาหารข้นมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว(อัตราแลกเนื้อ,Feed Conversion ratio,FCR)สูง สุกรกินอาหาร 2.6-3.5 กิโลกรัม อาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม 1 กิโลกรัม
  • สุกรเป็นสัตว์ให้ลูกเป็นจำนวนมาก แม่สุกรดีควรให้ลูก 14 -23 ตัวต่อปี ระยะเวลาการตั้งท้อง 114 วัน (3เดือน 3 อาทิตย์ 3 วัน) มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว อายุน้อยเมื่อโตเต็มวัย สุกรขุนมีอายุประมาณ 5 เดือน (น.น. 80 - 90 กิโลกรัม) สุกรสาวอายุ 1 ปี สามารถตั้งท้องได้(เรียกว่าเป็นสัด,Heat,Estrus)
  • มีการยืดหยุ่นได้(เลี้ยงสุกรรายย่อย) มีการเสี่ยงน้อยเมื่อภาวะเศรษฐกิจ ทางการตลาดไม่ดี เพราะมีการลงทุนน้อย
  • มีการลงทุนค่าพันธุ์ไม่แพงเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น(สัตว์เคี้ยวเอื้อง)ใน 1 ปี เลี้ยงแม่สุกร 10 ตัวขึ้นไป จะได้ลูกประมาณ 160 ตัวขึ้น
  • การเลี้ยงสามารถเปลี่ยนเป็นเงินหรือวัตถุได้ตลอดเวลา สุกรน.น. 80 -100 กิโลกรัมเป็นช่วงที่จำหน่ายสุกรขุน แต่ถ้าปริมาณสุกรในตลาดมากจะถูกยืดเวลาออกไป ราคาสุกรจะถูกกำหนดโดยผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศ
  • พ่อแม่พันธุ์คัดทิ้งยังขายได้ราคาดีแต่ไม่สูงกว่าสุกรอื่น จะขึ้นอยู่กับความแก่ของพ่อแม่พันธุ์ (พ่อพันธุ์ราคาต่ำกว่าแม่พันธุ์) สุกรเพศผู้ที่มีการตอนเมื่อโต(Stag)มีราคาสูงเพราะมีอายุไม่มากและกลิ่นอวัยวะเพศก็ไม่แรงเหมือนพ่อพันธุ์ ตอนในขณะตัวเล็ก ๆ (Barrow)
  • สามารถใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตรมาเป็นอาหารสุกรได้และยังมีราคาไม่แพงมาก
  • สุกรเป็นสัตว์ที่ให้ % ซากสูงกว่าสัตว์อื่น( % ซากเปรียบเทียบกับ น.น. ตัวตอนมีชีวิต โดยตัดหัวและเอาเครื่องในออกแล้ว มี 75 - 80 % ของน้ำหนักตัวที่มีชีวิต)

ข้อเสีย

  • การเลี้ยงมีการสูญเสียมากมีสาเหตุมาจาก โรค พยาธิ และการจัดการฟาร์ม ทำให้เกิดภาระการขาดทุน(มีความเสี่ยงมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นยกเว้นสัตว์ปีก)การให้วัคซีนจะแตกต่างกันไปตาม พื้นที่ระบาดของโรคพ่อแม่พันธุ์อาจต้องให้วัคซีนเกี่ยวกับโครงจมูกและการสืบพันธุ์มาก
  • อาหารที่ให้เป็นอาหารข้น ใช้อาหารหยาบน้อย ต้นทุนในการเลี้ยงจึงสูง อาหารข้นราคา อาหารข้นราคาแพง มีระดับเยื่อใยสูงกว่า 18 (อาหารหยาบ) และมีโภชนาการต่ำ
  • เนื่องจากสุกรใช้อาหารข้น อาหารข้นมีราคาแพงจึงทำให้อาหารมีการปลอมปน การจัดหาก็ต้องมีความสม่ำเสมอ โรงเรือนขนาดใหญ่จะมีโกดังเก็บอาหารไว้ 1 - 2 เดือน ในการเลี้ยงสุกรไม่ควรยึดติดกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ถ้าอาหารชนิดนั้นแพงก็ควรเลือกใช้สิ่งอื่นทดแทนแต่ก็ต้องคำนึงถึงราคาและคุณภาพวัตถุดิบด้วย
  • ความผันแปรของราคาสุกรในตลาดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภค ความผันแปรมีมากในสุกรมีชีวิต ความผันแปรของอาหารสัตว์จะสูงช่วงต้นฤดู เนื่องมาจากต้นฤดูและปลายฤดูคุณภาพอาหารสัตว์มีความแต่งต่างกันจึงทำให้ราคาไม่เท่ากัน ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือส่วนมากนำเข้าจากต่างประเทศ
  • ความต้องการด้านแรงงานสำหรับสุกรต้องการมากช่วงใกล้คลอดจนถึงเลี้ยงลูก ลูกสุกรขณะคลอดและขณะตัวเล็กมักมีอัตราการตายสูง อัตราค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับปริมาณงานที่ทำ
  • กลิ่น แมลง ยุง โดยเฉพาะกลิ่นเป็นปัญหาที่รุนแรงและเป็นที่รังเกียจของคนและยังเป็นมลภาวะน้ำเสียเป็นปัญหาใหญ่
หน้าสารบัญ::สุกร หน้าถัดไป>>
© 2004 ThaiFeed.Net All rights reserved. Contact us Email - webmaster@thaifeed.net