ช่วงเป็นสัดของสุกร (Heat Period)

ช่วงเป็นสัดของสุกรคือช่วงที่สุกรมีอาการยอมรับการผสมพันธุ์ จะแสดงอาการ 2 - 3 วันบางตัวไม่มีการแสดงออกเรียกว่าเป็นสัดเงียบ บางตัวไม่มีแสดงออกเรียก เป็นสัดเงียบ(Silent Heat) ช่วงหนึ่งของการเป็นสัด(Estrus Cycle)ใช้เวลาประมาณ 17 - 24 วัน จะหยุดเมื่อสุกรตั้งท้องหรือเกิดอาการผิดปกติขึ้น

สิ่งที่บ่งบอกว่าสุกรเป็นสัดดูได้จาก

  1. อวัยวะเพศจะบวมแดงหรือสีชมพู ในสุกรสาวจะเห็นได้ชัด
  2. ชอบปีนป่ายตัวอื่นหรือยอมให้ตัวอื่นปีน
  3. มีอาการกระวนกระวาย
  4. กินอาหารน้อยลงกว่าปกติ หรือชอบเอาปากงัดแงะสิ่งอื่น
  5. ชอบปัสสาวะบ่อย แต่มีปริมาณน้อย
  6. เข้าไปสัมผัสโดยบีบหรือกดบริเวณตะโพกจะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว
  7. ถ้าเจอสุกรเพศผู้จะไม่ยอมให้คนเลี้ยงต้อนไปที่ไหน

วิธีการตรวจสอบว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์หรือไม่

  1. กดบริเวณสะโพกแรง ๆ และดูการตอบสนอง
  2. ให้ขี่ด้านหลังของสุกร และดูการตอบสนอง
  3. ใช้น้ำเชื้อของสัตว์เพศผู้มาสัมผัสบริเวณจมูกของเพศเมียแล้วดูการตอบสนองคือ ยืนนิ่ง
  4. ใช้ตัวผู้เป็นตัวทดสอบ แต่ตัวผู้ที่ใช้จะต้องผ่านการตอนแล้ว
  5. ใช้เสียงโดยใช้เสียงของเทปจากสัตว์เพศผู้กับเพศเมีย แล้วสังเกตดูพฤติกรรมของเพศเมียว่ามีความสนใจหรือไม่ หรือนำตัวผู้มาเดินบริเวณคอกตัวเมีย

เมื่อผสมพันธุ์ครั้งแรกแล้วจะผสมพันธุ์ซ้ำครั้งที่ 2 ภายใน 12 - 24 ชั่วโมง

สาเหตุที่มีการผสมพันธุ์ซ้ำ

สุกรให้ลูกเป็นคอกมีการตกไข่ไม่พร้อมกัน ในการผสมซ้ำถ้าต้องการประเมินประสิทธิภาพของพ่อแม่พันธุ์จะต้องใช้พ่อพันธุ์ตัวเดิม แต่ถ้าไม่ต้องการประเมินก็ควรใช้ทีละตัว(พ่อพันธุ์คนละตัว)

อัตราการผสมติด(Conception Rate)ระหว่างสุกรสาว : สุกรนาง

สุกรนางจะสูงกว่าสุกรสาวอัตราการผสมติดที่อยู่ในเกณฑ์ดีไม่ควรต่ำกว่า 80 % สูงสุดอาจได้ถึง 95 % แต่ถ้าต่ำกว่า 70 %จะต้องหาทางแก้ไขเพราะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก อัตราการตกไข่(Ovulation Rate)

สุกรนางที่โตเต็มที่มีอัตราการตกไข่ที่สูงกว่าสุกรสาว เพราะสุกรสาวเพิ่งเข้าวัฎจักรการสืบพันธุ์ สุกรสาวตกไข่ครั้งแรกจะต่ำกว่าการเป็นสัดครั้งที่ 1 ประมาณ 2 ฟอง และเป็นสัดครั้งที่ 3 จะสูงกว่าครั้งที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 1.5 ฟอง อัตราการตกไข่ของสุกรในครั้งหนึ่ง ประมาณไม่ต่ำกว่า 18 - 20 ฟอง

วงรอบการเป็นสัด (Estrous Cycle) ใช้เวลา 17 - 24 วัน เฉลี่ย 21 วัน มีการแบ่งกันเป็นช่วง ๆ

  • ก่อนการเป็นสัด (Pro-estrus)
  • ระยะเป็นสัด (Estrus)
  • ระยะคลายการเป็นสัด (Met-estrus)
  • ระยะหมดการเป็นสัด (Di-estrus) ระยะนี้ยาวที่สุด
  • ช่วงการตั้งท้อง (Gestation Preiod)

ตั้งแต่การผสมถึงคลอด ใช้เวลา 109 - 120 วัน เฉลี่ยประมาณ 114 วัน สุกร 84 % มีการตั้งท้อง 112 - 115 วัน มีเพียง 7% ที่มากกว่า 115 วัน อีกประมาณ 9 % ระยะเวลาตั้งท้องน้อยกว่า 112 วัน ลูกสุกรที่คลอดก่อน 109 วัน มีขนาดเล็ก น้ำหนักตัวน้อยโอกาสเลี้ยงรอดยาก อวัยวะต่าง ๆ ยังเจริญพัฒนาไม่เต็มที่ของขั้นการเจริญเป็นตัวอ่อน แม่สุกรที่ตั้งท้องนานกว่า 120 วัน มีสาเหตุผิดปกติ คือ ลูกสุกรตัวใหญ่ผิดปกติ หรือ มีลูกสุกรตายในมดลูก และที่อุ้มท้องมากกว่าระยะเวลาเฉลี่ยจะมีจำนวนลูกเมื่อแรกเกิดน้อยกว่าแม่สุกรที่อุ้มท้องปกติ

การตั้งท้องเทียม(Pseudo Preqnant) แม่สุกรแสดงการตั้งท้องปกติ แต่ไม่มีการคลอดลูกเกิดจากการผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ของสุกรเพศเมีย เป็นเหตุให้อัตราการผสมติดต่ำลง การตรวจสอบว่าตั้งท้องจริงหรือไม่ สังเกตได้จากสุกรไม่เป็นสัด ควรตรวจ 2 รอบเพราะรอบแรกอาจไม่แสดงออกถึงความเป็นสัด หรือวัดจากการกินอาหาร (เป็นช่วงปลาย ๆ ของการอุ้มท้อง) ถ้าผสมนานประมาณ 3 - 4 เดือนขึ้นไปแล้วสังเกต ดูบริเวณช่องท้องมีการขยายใหญ่ขึ้นหรือไม่ และมีลักษณะหลังแอ่นเล็กน้อย อีกวิธีหนึ่งในการตรวจคือตรวจดูว่ามดลูกมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งมีเครื่องที่ใช้ตรวจสอบโดยมีคลื่นความถี่สูง(Ultra Sound) แต่จะต้องใช้เมื่อผสมพันธุ์ไปแล้ว 20 วัน ถึงวันที่ 60 ก่อนหน้านั้นไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะตัวคัมภะยังไม่พัฒนาถึงขั้นจึงตรวจสอบไม่ได้

ลักษณะของแม่สุกรใกล้คลอด

  1. การขยายความโปร่งพองของอวัยวะสืบพันธุ์(ปากช่องคลอด)มีสีแดงชมพู
  2. ลักษณะทางกิริยาของแม่สุกร กระวนกระวาย อัตราการหายใจจะถี่ขึ้น บางครั้งจะกัดแทะตามคอก ถ้าเลี้ยงบริเวณที่โล่งแม่สุกรจะเตรียมบริเวณที่จะคลอด
  3. เต้านมขยายใหญ่โดยเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อบีบหัวนมแล้วมีน้ำนมไหลแสดงว่าภายใน 24 ชม. แม่สุกรจะคลอด

แม่สุกรมักจะคลอดช่วงเที่ยงคืนถึงเช้าแต่ช่วงบ่ายจะมีการคลอดน้อยที่สุด

  • จำนวนลูกสุกรแรกเกิดมีประมาณ 8 - 14 ตัว ประมาณ 74 % น้อยกว่า 8 ตัว มี 9% มากกว่า 14 ตัวมี 6% ถ้าคลอดออกมามีลักษณะเป็นลูกกรอกแสดงว่าตายขณะตั้งท้อง ขนาดน้ำหนักตัวเมื่อแรกเกิดของลูกสุกรจะมีอัตราความสัมพันธ์กับการรอดตาย น้ำหนักต่ำกว่า 600 กรัม โอกาสตายมีสูงมากลูกสุกรต่ำสุด 400 กรัม ถึง 3.8 กิโลกรัม ค่าเฉลี่ยทีเหมาะกับลูกสุกร 1.35 กิโลกรัม ถ้าขนาดของคอกใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ยของลูกสุกรจะต่ำ แต่ถ้าขนาดของคอกน้อยก็จะมีน้ำหนักมาก แนวโน้มส่วนใหญ่ลูกสุกรเพศผู้จะมีน้ำหนักตัวมากกว่าเพศเมีย ลำดับที่การคลอดของลูกสุกรไม่มีผลต่ออัตราการรอดตาย
  • ลูกสุกรที่คลอดจากแม่สุกรนางมีแนวโน้มที่ น้ำหนักตัวสูงกว่าแม่สุกรสาวเพราะการเจริญเติบโตของแม่สุกรสาวยังไม่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับแม่สุกรนาง อัตราการตายของลูกสุกรที่มีแม่สุกรอายุน้อยจะมีอัตราการตายมากกว่า อัตราการตายจะสูงขึ้นอยู่กับการคลอดว่าตายมากน้อยเพียงใด อัตราการตายต่ำสุด 2.5% สูงสุด 5% อัตราการรอดตายช่วงที่เกิดแล้วนั้นจะขึ้นอยู่กับความดูแลเอาใจใส่ของเจ้าของ อัตราการรอดตายประมาณ 90 % (ตั้งแต่คลอด)
  • ขนาดของคอกเมื่อตอนหย่านม 3 - 5 สัปดาห์ จะมีการหย่านม ประมาณ 4 สัปดาห์ จะจับหย่านม อัตราการตายทั้งหมดก็มีสำหรับการหย่านม แต่รอดทั้งหมดก็มีลูกสุกรที่มีสุขภาพดี น้ำหนัก 7.5 กิโลกรัม/ตัว และ 8.2 ตัว/คอก เมื่ออายุ 35 วัน ประมาณ 66 % จะมีการหย่านมแล้วเหลือลูก 6 - 10 ตัว มี 14% ที่เหลือลูกน้อยกว่า 6 ตัว ประมาณ 14 - 15 %ที่ให้ลูกมากกว่า 10 ตัว
  • จำนวนคอกต่อแม่สุกรต่อปี มีประมาณ 1.8 - 2.3 คอก ต่อตัวต่อปี ช่วงเวลาหลังจากกลูกสุกรหย่านมถึงแม่สุกรผสมติดต้องพยายามลดช่วงนี้ให้สั้นที่สุด

ปัญหาที่สำคัญคือแม่สุกรมีสุขภาพทรุดโทรมเกินไปจึงต้องใช้เวลานานในการเป็นสัดอีกครั้งเพราะแม่สุกรจะกินอาหารไม่เพียงพอกับการเลี้ยงลูกจึงต้องดึงอาหารที่สะสมมาใช้ในการเลี้ยงลูก ตัววัดประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ก็คืออัตราการรอดตายของลูกสุกรหลังหย่านม และขนาดของคอก ถ้ามีการจัดการที่ดีจะได้ลูกสุกร 26 ตัวต่อปี แต่ส่วนมากจะได้ 10 - 24 ตัวต่อปี

ฟาร์มสุกรขนาดเล็กจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าฟาร์มขนาดใหญ่เพราะดูแลได้ทั่วถึง และเจ้าของดูแลฟาร์มเองจะมีประสิทธิภาพดีกว่าฟาร์มที่จ้างคนอื่นทำ และฟาร์มสุกรที่มีขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยเจ้าของจะมีประสิทธิภาพดีกว่าฟาร์มขนาดเล็กที่จ้างคนอื่นดูแล และฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีช่วยจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้และคนที่ดำเนินการใช้เทคโนโลยีนั้น ๆ

<<หน้าที่แล้ว <<หน้าสารบัญ::สุกร>> หน้าถัดไป>>
© 2004 ThaiFeed.Net All rights reserved. Contact us Email - webmaster@thaifeed.net